มีคนบอกว่าให้ คิดนอกกรอบ เพื่อที่เราจะได้มองเห็นอะไรที่กว้างไกลไม่มีอะไรมาปิดกั้น แต่ก่อนที่เราจะไปไกลจากกรอบของตัวเองจนกู่ไม่กลับ เราก็ควรจะรู้จัก กรอบของตัวเองให้ดี ๆ ก่อนเพื่อที่จะได้ไม่หลงว่าไอ้ที่เราคิดว่าไปนอกกรอบแล้วนั้น จริง ๆ มันยังไม่ได้ไปไหนไกลเลยด้วยซ้ำ Narrow box มันก็คือความคิดแคบ ๆ ของตัวเองเกี่ยวกับภาพยนตร์ และชีวิตที่ต้องการแคะมันออกมาจากสมองให้ผู้คนช่วยกันขยายกล่องความคิดให้มันกว้าง ๆ เพื่อที่มันจะได้หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ เสียที
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560
LA LA LAND : ชีวิตมันก็น้ำเน่าอย่างนี้แหละ
ไปดูหนังเพลงมา เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ว่ามันเป็นหนังเพลงที่อยู่ในยุคปัจจุบันม๊ากมาก เรายังไม่ค่อยได้เห็นกันเลยนี่เน้อะ ช่วงหลัง ๆ มานี้ แล้วที่น่าสนใจกว่าก็คือ คู่พระนาง ไรอัน กอสลิง และ เอ็มม่า สโตน ผู้กำกับก็ช่างจับคู่นะ เล่นกันมาสามเรื่องแล้ว ไม่กลัวคนดูเบื่อเลย เอาสิ ๆ แต่ทำไงได้ก็สองคนนี้ดันเคมีเข้ากั๊นเข้ากัน ทำให้ดูไปยิ้มไปแล้วก็เชื่อได้ว่าเออ มันกุ๊กกิ๊ก มันรักกันจริงนะเว้ย คนนึงก็ขำเปิดเผย อีกคนก็ขำแบบหน้าตาย มันลงตัวเหมาะเจาะไปหมด เค้าว่ากันว่า เอ็มม่า มีเสน่ห์มากในหนังเรื่องนี้ ฉายแววออร่า เตรียมตัวชิงออสการ์เต็มตัว ซึ่งก็จริงอย่างเค้าว่านั่นแหละ
ว่ากันถึงเนื้อเรื่องจากที่ดูล้น ๆ เป็นมิวสิคคัล ในตอนแรก ๆ มันค่อย ๆ กลายเป็นดรามา แล้วอารมณ์หนังก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆแบบมีครบทุกรสจริง ๆ ดูไปก็เริ่มซึมไป สลดตามเนื้อเรื่อง เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเศร้าเหมือนคนบ้าเลย จะว่าน้ำเน่ามั้ย เคยเห็นพล็อตแบบนี้มั้ย มันก็เคยเห็น แต่อันนี้เอาความเป็นปัจจุบันมาแต่งกลิ่นอายแบบหนังยุคก่อน และการนำเสนอมันทำให้เรารู้สึกอิ่มกับมัน ไม่ว่าจะเป็นงาน Production องค์ประกอบศิลป์จัดเต็มทั้ง การเล่นสี เล่นแสง เล่นเสียง เล่นอารมณ์ ออกแบบเสื้อผ้า (นางเอกใส่เสื้อผ้าขึ้นทุกชุดเลยเหอะ) และการถ่ายภาพ มันสมบูรณ์แบบอยู่นะ ใครรักงานศิลปะทุกแขนงมาดูเรื่องนี้คงปลาบปลื้มออกจากโรงไปเลย ครบ ๆ คุ้มค่าตั๋วแน่นอน
ดูละครแล้วก็ย้อนดูตัวกันบ้าง หนังเรื่องนี้ใช้เพลงมาสื่อให้เรามองว่าโลกสวย ครื้นเครง บันเทิง แต่ก็นะ ชีวิตจริงมันก็แบบนี้แหละ อะไรใหม่ ๆ ที่เข้ามาในชีวิต แรก ๆ มันก็ตื่นเต้น สวยงามไปหมด ร้องเพลงฟังเพลงได้เป็นวัน ๆ สิเอ้า เราก็แค่แฮปปี้ได้ในช่วงแรกเท่านั้นแหละ พอเวลาผ่านไป อะไร ๆ เริ่มเป็นกิจวัตรประจำวัน ปากท้องก็ต้องเลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบก็มี มันโลกสวยไม่ไหว ร้องเพลงตอนแรกเปลี่ยนไปร้องไห้ตอนหลังกันทั้งนั้น และในที่สุดก็ต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริง จะเป็นความจริงที่ดี หรือความจริงที่โหดร้าย ท้ายที่สุดก็อยู่ที่ตัวเราว่าเราพร้อมจะสู้กับอุปสรรคในชีวิตแค่ไหน ความฝันกับความจริง มันมักจะไม่ค่อยอยากจะเดินไปทางเดียวกันเท่าไหร่ มันก็ต้องเลือกเอา และตัวละครทั้งสองก็ต้องเลือกเช่นกันว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองดี คำตอบมันก็บอกมาในตอนสุดท้าย สวยงามตามท้องเรื่อง อยู่ที่ว่าเราจะตีความ ความสวยงามนั้น ๆ ว่ายังไง และในชีวิตจริงทุกคนก็คงเคยมีคำตอบให้กับความรักในแบบหนังเรื่องนี้เช่นกัน เลยคิดว่าคงจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดีแน่ ๆ เลยทีเดียว
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น