เคยมั้ย? ในวันที่หัวใจบาดเจ็บจนแสนสาหัส ในวันที่ล้มลงกองกับพื้นและยังมองไม่เห็นทางข้างหน้าว่าจะลุกขึ้นมาได้ยังไงไหว มันเจ็บและสับสนจนไม่อยากจะออกไปเจอหน้าผู้คนหรือทำกิจกรรมอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว อยากจะอยู่เงียบ ๆ พักใจ ทบทวนในเรื่องต่าง ๆ เพื่อคุยกับใจตัวเองว่าจะเอายังไงต่อไปดี
แต่ในโลกความเป็นจริง ยังคงต้องทำงาน ต้องพบปะเพื่อนฝูง และยังต้องร่าเริง ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อปิดบังความอ่อนแอเหล่านั้นไม่ให้ใครต้องมาห่วง ความเจ็บปวดเหล่านั้นเกิดจากใจเราเอง ต่อให้ใครสิบคน ร้อยคนมาปลอบใจยังไง ถ้าเราปรับใจเราเองไม่ได้ ความเจ็บปวดมันก็ยังคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป
เรื่องราวของความบาดเจ็บเหล่านี้ เมื่อมาเทียบกับ ความบาดเจ็บและแทบจะหมดหวังในการมีชีวิตรอดของ Aron Ralston หนุ่มนักผจญภัยคนนี้ มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง Aron เลือกที่จะเดินทางตัวคนเดียว แต่ไม่ได้เลือกที่จะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอกอย่างที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มที่รักการอยู่คนเดียว รักการไต่เขา รักการท่องเที่ยว กิจกรรมที่เหมือนกับว่าน่าจะทำให้เค้าได้มีเวลาคิดเกี่ยวกับตัวเอง แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ มันกลับกลายเป็นว่า การที่เค้าได้เดินทางคนเดียวแบบนี้ มันแค่ช่วยตอบสนองความสนุก และความคะนองส่วนตัวของเค้าเพียงเท่านั้น ครอบครัว เพื่อน หรือแม้กระทั่งแฟน กลายเป็นคนนอก เป็นภาระทางใจของเค้ามากกว่าที่จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ดังนั้นอุบัติเหตุที่เกือบจะคร่าชีวิตของ Aron ในครั้งนี้ จึงกลับกลายเป็นห้องฝึกสมาธิชั้นดีที่ช่วยเพาะบ่มแกมบังคับให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง ถ้าจะบอกว่าฟ้ากำหนดให้เขาได้ลองอยู่นิ่ง ๆ ซักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อสั่งสอนให้ได้ลองมองย้อนกลับไปถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ครอบครัวและผู้คนรอบข้าง ว่ามีความหมายแค่ไหนสำหรับเขา และนานเท่าไหร่แล้วที่เค้าได้หลงลืมความรู้สึกเหล่านั้นไป
การติดอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ทำให้เราเริ่มกลับมามองใจของเราเอง เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างในเริ่มจากความหงุดหงิดกลับกลายเป็นความหวาดกลัว ฟุ้งซ่าน แต่ความเงียบรอบตัวที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่งใด ๆ ทำให้ความทรงจำต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเองและคนใกล้ชิดค่อย ๆ ฟื้นกลับคืนมาอย่างเงียบ ๆ แต่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เขาเคยจำได้ ความสุขต่าง ๆ ในชีวิตที่เมื่อก่อนแทบไม่ได้นึกถึงเพราะความทุกข์นอกกายมาบดบังจนมิด เริ่มค่อย ๆ กลับมาทำให้เห็นว่าชีวิตมันไม่ได้เลวร้ายเสมอไป สิ่งดี ๆ ทั้งหลายซ่อนอยู่รอบกายไปหมด เพียงแต่เราเลือกที่จะมองมันหรือไม่เท่านั้นเอง ความทรงจำเหล่านี้เป็นกำลังใจชั้นดีให้ Aron เกิดความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะเอาชีวิตรอดอีกครั้งหนึ่ง เพราะการกลับไปมีชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยมุมมองใหม่จากการเห็นความสุขในชีวิตเหล่านี้ มันคงจะเป็นสิ่งคุ้มค่าที่เค้ายอมที่จะเสี่ยงตายเพื่อมันเป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง
มองตัวละครแล้วก็ย้อนดูตัว บางครั้งปัญหาต่าง ๆ รุมเร้าให้เราเห็นแต่ด้านร้าย ๆ ในชีวิตจนรู้สึกว่า อยากไปติดกับแบบ Aron ดูซักครั้ง เพราะเมื่อยังไม่เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวเราเองมักมองเห็นปัญหาของตัวเองใหญ่เหลือเกิน ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเมื่อไม่เห็นคุณค่าของมัน แล้วเราจะเอากำลังใจที่ไหนยืนหยัดบนโลกใบนี้ต่อไปได้ล่ะจริงไหม....
