
ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปซักสิบยี่สิบปีก่อนหน้านี้ การที่จะบอกใคร ๆ ว่าเรายัง "โสด" ในวัยสามสิบปี นี่คงจะมีคนแอบนินทากันให้แซด ถึงความ "ไม่มีใครเอา" จนต้องแบกสังขารมาจนอายุเข้าเลขสาม! ดูมันแก๊แก่ เอาไปทำประโยชน์อะไรไม่ได้เอาเสียเลยน้ะ ไอ้เลขสามนี่
แต่ลองมาดูตอนนี้สิ สาวโสด เดินแทบจะชนกันตาย ไม่ต้องพูดถึงหลักสามหรอก หลักสี่ที่เป็นโสดก็เยอะอยู่ ยากที่จะหาเหตุผลมาบอกว่าทำไมคนอยู่กันเป็นโสดมากขึ้น เพราะต่างคนก็ต่างมีเหตุผลในการครองโสดของตัวเอง ความเป็นอิสระเสรีในการใช้ชีวิตก็คงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก ๆ หรือผู้ชายกินกันเองซะเยอะ ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ ชายแท้เหลือน้อยเต็มที จะให้ไปตบตีแย่งชิงก็คงเหนื่อยเปล่า สู้ทำมาหาเลี้ยงตัวเองดีกว่า ประมาณนั้น
ไอ้ความโสดในวัยสามสิบคงจะมีคนลืม ๆ เลือน ๆ กันไปถ้าไม่มีหนังที่เล่นกับเลขสามสิบ มาตอกย้ำกันให้เจ็บช้ำกันอีกระลอก ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ค่ายหนังสองค่าย ถึงได้หยิบเอาเรื่อง ๆ เดียวกันมาเล่นเหมือนกับว่าโครงเรื่องของค่ายไหนก็ค่ายหนึ่งนี่แหละ ถูกขโมยไปบอกต่อ แล้วอีกค่ายก็จัดการเอามายำ ๆ ทำเกาเหลาใส่เนื้อเรื่องใหม่ให้มันไม่เหมือนกันเด๊ะ ๆ จนเกินไป มองในแง่ผู้บริโภคแล้วก็งง ๆ ดี เหตุการณ์มันเหมือนที่ครั้งหนึ่งหนังอนิเมชั่นของสองค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ อย่าง Disney/Pixar และ Dreamworks เคยเล่นประเด็นเกี่ยวกับ "แมลง" ยังไงยังงั้น จำกันได้ไหม ก็ Antz (1998) กับ A Bug's life (1998) นั่นไง เล่นประเด็นเดียวกันแต่เนื้อเรื่องไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียวจนน่าเกลียดเกินไปนัก ถึงแม้จะมีกลิ่นกรุ่น ๆ ของกันและกันอยู่ก็ตาม
วกกลับมาที่สาวสามสิบทั้งสองของเรากันดีกว่า แรก ๆ เมื่อดูได้ทราบข่าวของหนังทั้งสองเรื่องนี้ดูไปแล้วช่างเป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว "30+ โสด on sale" มุมแดง ถูกส่งขึ้นชกจากค่ายสหมงคลฟิล์ม และมุมน้ำเงิน "30 กำลังแจ๋ว" ถูกส่งโดยค่า M39
หนังเล่นเกี่ยวกับเลขสามทั้งคู่ และมีดาราแม่เหล็กหญิงระดับแนวหน้าทั้งคู่ เอากับเค้าสิ นี่มันรวมหัวกันหลอกเงินคนดูให้ไปดูทั้งสองเรื่องชัด ๆ
เมื่อหนังทั้งสองเรื่องเริ่มเปิดตัวแบบวับ ๆ แวม ๆ มองปราดแรก มุมแดงขอเรียกสั้น ๆ ว่า "โสดฯ" ดูมีภาษีเหนือกว่า มุมน้ำเงิน "30ฯ"อยู่หลายก้าว ไม่ต้องมองไปไหนไกล แค่ได้ผู้กำกับ "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก" มานั่งแท่นผู้กำกับอีกครั้ง ก็แทบจะการันตีความซึ้งของหนังได้แล้ว และอีกทางหนึ่งที่ได้เปรียบเล็ก ๆ ก็คือ ตัวอย่างหนัง ของ "โสดฯ" ดูแล้วเข้าตากว่าตัวอย่างหนังของ 30ฯ
อยู่ก้าวหนึ่ง ยังไม่นับรวมที่หนัง "30ฯ" ตัดสินใจเลื่อนฉายจากเดิมเดือนตุลาคม ไปเป็นต้นเดือนพฤศจิกายน ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของหนัง "30 กำลังแจ๋ว" ยิ่งดูมีภาษีน้อยเหลือเกินที่จะเข้ามาต่อกรกับ "โสดฯ" ได้
เพื่อความเท่าเทียมจึงรอจนได้ชมหนังทั้งสอง แล้วถึงเอามาเปรียบเทียบกัน....
หลังจากที่ได้ดูหนังจบทั้งสองเรื่อง มันทำให้รู้ได้เลยว่าค่ายไหนน่าจะเป็นเจ้าของพล็อตดั้งเดิมแต่แรก....
ความละเอียดอ่อน ในบทภาพยนตร์
ครั้งนี้คงต้องจิ้มนิ้วไปที่ค่าย m39 เจ้าของเรื่อง "30 กำลังแจ๋ว" มันมีความละเอียดอ่อนจนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในเรื่อง ความเจ็บปวด ความอดกลั้น ความอึดอัดใจ ความเสียใจและความขำ มันดูแล้วจับต้องได้ เป็นอารมณ์ที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่จริง ๆ เป็นอะไรที่แม้กระทั่งออกจากโรงก็เอาไปคิดต่อได้ ถึงความรู้สึกพวกนี้
"โสดฯ" เปรียบได้กับหนัง โรแมนติคคอเมดี้ ที่ก็อปปี้มาจากหนังฮอลีวู้ดสมัยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมอยู่ในหนังเลย มันเหมือนให้นางเอกมาแสดงอะไรที่เวอร์ ๆ ให้คนดูได้ยิ้ม แต่มันเป็นยิ้มแบบที่ยิ้มแล้วก็จบไป ไม่ได้ยิ้มแบบตรึงใจซักเท่าไหร่ บทอ่อนเกินไปที่จะทำให้เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกและพระเอกนมันมีอยู่จริง และเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะไม่ได้อยู่ในโลกความเป็นจริงเกินไป
การแสดงของพระ-นาง
ยอมรับว่าเมื่อดู "30 กำลังแจ๋ว" ตอนต้น ๆ รู้สึกรำคาญบุคลิกของพระเอกน้อยเสียเหลือเกิน ดูแล้ว มันค่อนไปทางปัญญาอ่อนมากกว่าน่ารักน่าชังเหมือนที่ป้า ๆ ในเรื่องชื่นชมกัน แต่เมื่อดูไปเรื่อย ๆ กลับเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกภายในที่ถูกเก็บไว้ ความรักที่มีให้นางเอกคนสวยของเราอย่างจริงใจ จนทำให้อดแอบเชียร์อยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ ส่วนนางเอกของเราในครั้งนี้ แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก ดูแล้วเชื่อ ว่านี่คือ ผู้หญิงคนนึงเท่านั้น มีผิดหวัง มีสมหวัง ได้เหมือน ๆ กับคนทั่ว ๆ ไป ต้องยอมรับว่า อั้ม สลัดภาพซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย ออกไปจนสิ้นซาก เพราะขณะที่ดู เราเชื่อว่านี่คือ จ๋า หญิงสาว คนนึงจริง ๆ ไม่ใช่ อั้ม ภัชราภา แต่อย่างใด
"โสดฯ" จะใจร้ายเกินไปไหม ถ้าจะบอกว่า พลอย ไม่เหมาะกับบทคอเมดี้ มันดูเก้ง ๆ ก้าง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ และดูแล้วมันคือ พลอย เฌอมาลย์ เอามาก ๆ ไม่ว่าจะแสดงเรื่องไหน เธอ ไม่สามารถสลัดภาพ พลอย ออกไปได้เลยซักเรื่อง ถึงแม้เรื่องที่จะทำได้ดีอย่าง ชั่วฟ้าดินสลาย เราก็ยังคิดว่านั่นคือ พลอย อยู่ดี เพียงแต่มันเป็นบทที่เข้ากับบุคลิกเธอเท่านั้น ส่วน เป้ อารักษ์ ก็ยังคงเป็น เป้ ในแบบที่ออกจะติงต๊องกว่าเก่า แต่ไม่รู้สิ มันไม่ได้รู้สึกเลยว่า เป้ ชอบพลอย และชอบเพราะอะไร และตั้งแต่ตอนไหนกัน มันเหมือนกับว่า คนทั้งคู่ตีบทไม่แตกเลยก็คงจะใช่
การดำเนินเรื่อง
เหมือนกับว่า โสดฯ จะดำเนินเรื่องให้เริ่มต้น และจบลง แบบไว ๆ เหมือนทำให้มันจบ ๆ เรื่องไป เป็นสูตรสำเร็จ ยัดมุขนั้นนิด มุขนี้หน่อย เหมือนเป็นหนังตลกมากกว่าเป็นหนังรักเรื่องนึง ไม่มีอะไรที่ลึกซึ้งให้สัมผัสได้เลย ไม่มีจริง ๆ เริ่มจาก อกหัก เจอผู้ชาย ไปเที่ยวกัน เจอคนใหม่ ไปเที่ยวกัน แอบหึงคนเก่า แล้วก็นึกได้ว่าชอบใคร มันสูตรสำเร็จเอามาก ๆ ถ้าจะขยายความลึกซึ้ง หรือความผูกพันธ์ของคนทั้งคู่ระหว่าง เป้ และ พลอย อีกซักนิด มันจะเสียเงิน หรือเสียกำลังคิดกว่านี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ บอกตรง ๆ ว่าคิดว่าพระนางคู่นี้รู้จักกันเต็มที่สามสี่วันเท่านั้น เลยไม่คิดว่า จะเอาเวลาที่ไหนมารักกันได้
"30 กำลังแจ๋ว" การดำเนินเรื่องละเมียดละไมกว่า โสดฯ หลายขุมอยู่มาก มีการสับเปลี่ยนไปมา ระหว่างความจริง ความหลัง มีที่มาที่ไปที่รองรับกันอยู่อย่างมีน้ำหนัก ไม่หลวมโครกเหมือน โสดฯ ที่เนื้อเรื่องกระโดดไปมาจับจุดไม่ได้เลย ถ้าจะบอกว่า ผู้กำกับ สิ่งเล็ก ๆ ทำเรื่องนี้ บางทีเราอาจจะเชื่อมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
หากจะบอกว่าผู้กำกับ โสดฯ พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ล้มเหลวในเรื่องนี้ ก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก มันเหมือนกับว่าความสำเร็จจากเรื่อง สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก ทำให้หลงทางมากกว่า เพราะหากนับกันที่รายรับของหนัง สิ่งเล็ก ๆ และคู่แข่งคราวก่อนอย่าง กวน มึน โฮ จากค่าย GTH จะเห็นได้ว่า กวน มึน โฮ ประสบความสำเร็จในด้านรายรับจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้มากกว่า แต่ถ้ามองกันให้ดี ความสากลของหนัง สิ่งเล็ก ๆ ดังในหลายประเทศมากกว่าและดังยาวนานกว่า กวน มึน โฮ มากนัก เพราะพล็อตเรื่องที่มันลึกซึ้งและละเอียดอ่อนของ สิ่งเล็ก ๆ มันเป็นอะไรที่มีความสากล และเข้าถึงคนทุกชาติได้มากกว่านั้นเองจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม สิ่งเล็ก ๆ ถึงเป็นหนังในดวงใจของคนหลาย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เลยไม่แน่ใจว่า คุณพุฒิพงศ์ อยากลองจับงานคล้าย ๆ กวน มึน โฮ บ้างหรืออย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็สร้างลายเซ็นต์ในการทำหนังของตัวเองไว้ดีอยู่แล้ว ถึง โสดฯ จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่คำวิจารณ์ แต่ก็ยังหวังว่า คุณพุฒิพงศ์ จะกลับมาอยู่ในแนวทางของตัวเองได้อีกครั้งในเรื่องหน้า ก็ได้แต่รอชม
ส่วนค่าย m39 ที่มีผู้กำกับหนังเรื่อง พริกขี้หนูกับหมูแฮม อย่างคุณ คิง สมจริง ศรีสุภาพ ที่กลับมาสร้างความบันเทิงให้คอหนังโรงอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่ทำให้พวกเราต้องผิดหวังในผลงานเลย ก็ได้แต่หวังว่า หลังจากนี้ไป คนไทยคงจะได้ชมหนังดี ๆ จากสองผู้กำกับหนังรักมือเอกกันอีกซักรอบนึง เป็นการแก้มือในครั้งถัดไป เพราะที่สุดแล้ว การแข่งขัน ในแง่ดี มันจะทำให้มีแต่สิ่ง ๆ ดี ๆ เข้ามาในสังคมเรานั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น