วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Transformers : Revenge of the Fallen (2009) หนังระเบิดภูเขา เผากระท่อมยุคไฮเทค


ในยุคที่หนังเข้าโรงอาทิตย์ละสี่เรื่อง และในวัยที่การดูหนังในโรงเป็นอะไรต้องใช้ความอดทนในการนั่งร่วมกับคนหมู่มากเป็นเวลานาน ๆ จนทำให้รู้สึกอึดอัด คันเนื้อคันตัวอย่างทุกวันนี้ แถมยังต้องมานั่งดมกลิ่นเท้า กลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากคนข้าง ๆ ยิ่งพาลให้เข็ดกับโรงหนังเข้าไปใหญ่ แต่ละครั้งที่จะยอมลากสังขาลตัวเองไปดูหนังโรงคงต้องเลือกแล้วเลือกอีก ว่าเรื่องไหนเหมาะสมที่จะได้เงินในกระเป๋า และแลกกับการยอมลำบากนั่งไม่สะดวกสบายตัว
และหวยมาลงที่ Transformers : Revenge of the Fallen ความอยากดูเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะติดใจ Special effects ที่อลังการงานสร้างจากภาคที่แล้ว เพราะยอมรับว่าภาคก่อน ดูไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย Autobots หรือฝ่าย Decepticons มันจะแปลงร่างจากอะไรเป็นอะไร ก็ยอมรับว่า ดูไม่ทัน เพราะเห็นแต่ก้อนแข็ง ๆ เหลี่ยม ๆ ผ่านจอไป ผ่านจอมาจนเวียนหัวไปหมด แต่ความอยากดูมันมาจาก อารมณ์เบื่อในงานที่ทำ เบื่อในสภาพเศรษฐกิจและสังคมรอบด้าน เบื่อในบรรยากาศเงียบงันในแบบที่บ้านเราเป็นอยู่ทุกวันนี้ ความต้องการให้ร่างกายหลั่งสารอดรีนาลีนออกมากระตุ้นต่อมความสุขอย่างแรงกล้า จึงทำให้พาตัวเองออกไปซื้อตั๋วดู Transformers
เปิดฉากมามันก็ฉะใส่กันตั้งแต่ฉากแรกลากยาวไปเกือบสิบนาที ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้แต่ว่า เออ ภาคนี้หุ่นยนต์มันตัวใหญ่ดีว่ะ สะใจดี และหลังจากนั้น ก็มีบทพูดนิด ๆ หน่อย ๆ พอหอมปากหอมคอ แล้วก็หุ่นยนต์ทั้งสองฝ่ายก็ใส่กันยาวไปตลอดเรื่อง ทำเอาตาแทบไม่ได้กระพริบ เพราะเกรงว่าเดี๋ยวจะพลาดช็อตเด็ด ๆ ไป ดูหุ่นมันฟาดฟันกันกัน โดยมีมนุษย์ตัวเล็ก ๆ วิ่งหนีไปมาอยู่ข้างล่าง ด้วยความที่โตมาก็ถึงวัยที่สมองมักจะเชื่อในเรื่องเหตุและผล ก็ไม่วายทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ไม่มีใครตายเลยเหรอ?... ตึกถล่มลงมาขนาดนั้น เศษเหล็กหล่นมาขนาดนั้น แถมมันยิงกระสุนใส่กันเป็นห่าฝน มันรอดกันมาได้ไงฟะ???แล้วทำไมตัวร้ายมันฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยง่ายอย่างเนี่ย ไหนบอกว่า ระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดไง ดู Prison Break ขนาดไม่ป้องกันแน่นหนาแบบนี้ กว่าพระเอกจะแหกออกมาได้ก็แทบตาย (- _-' )
หลังจากสมองแว้บไปคิดอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลอยู่พักนึง มันก็เริ่มนึกได้ด้วยตัวมันเองว่า เออ นี่ไม่ได้มาดูเอาเหตุเอาผลนี่หว่า แต่มาดูเพื่อกระตุ้นสารอดรีนาลีน ไม่ได้มาดูหนังดราม่าประดับสมอง ว่าแล้วมันก็หยุดประมวลผลหลักเหตุและผลและเริ่มสนุกกับฉากแอ็คชั่นมัน ๆ ที่ดูรู้เรื่องกว่าภาคแรก ดูพระเอกแอ็คชั่นแนวขำ ๆ คนใหม่ต่อจาก Will Smith ดูนางเอกที่สวยขึ้นจากภาคก่อนอีกเท่าหนึ่ง ดูฉากแปลงร่างจากรถเป็นหุ่น จากหุ่นเป็นรถแบบเจ๋ง ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดูฉากยิงถล่มทะเลทรายแบบมัน ๆ และดูจุดจบของ Fallen ที่ลุ้นมาตั้งแต่ต้นเรื่องว่ามันจะตายยากแค่ไหน.......อันนี้คิดเอาเองว่ามันตายยากแค่ไหน
หลังจากหนังจบสิ่งที่อยากได้ก่อนเข้าดู ก็ได้รับการเติมเต็ม ยอมรับว่าไม่เคยชอบในตัวผู้กำกับ ไมเคิล เบย์ มาตั้งแต่เรื่อง Pearl Harbor (2001) เพราะความไม่สมจริงในเนื้อเรื่อง รวมไปถึงความล้นของ Special effects แต่ในเมื่อผู้กำกับเทวดาคนนี้ตั้งใจจะทำหนังแนวแอ็คชั่นทำลายล้างให้เป็นลายเซ็นต์การทำหนังของแกให้ได้แล้ว นับว่า Transformers ก็เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงประดับหิ้งของแกได้สำเร็จ เพราะมันได้กลายเป็นมาตรฐานของหนังระเบิดภูเขา เผากระท่อมของโลกยุคใหม่ไปแล้วนั่นเอง