Crash (2004)

วันอาทิตย์, ตุลาคม 05, 2008 by annlanding

“คน...ผวา” …. ชื่อภาษาไทยมันตั้งแบบนี้
ทั้ง ๆ ที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่ก็อดถามแฟนไม่ได้ว่า “นี่มันหนังผีเหรอเธอ”
แฟนตอบกลับมาว่า “บ้า ไม่ใช่ซักหน่อย”
เออ ! เราก็ว่ามันไม่น่าจะใช่นะ แล้วทำไมมันตั้งชื่อแบบนี้หว่า มันผวาอะไรของมันน่ะ…

เริ่มดูไปเรื่อย ๆ จึงได้รู้แล้วว่า อ๋อจากเรื่องเนี่ย เน้น จากเรื่องนี้เท่านั้นนะ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว มันผวามนุษย์กันเองนี่แหละ ว่าไปตามเนื้อเรื่อง

ฝรั่งกลัวคนผิวสี
ฝรั่ง,คนผิวสีเกลียดคนอาหรับ
ฝรั่ง,คนผิวสีและคนอาหรับดูถูกคนเม็กซิกัน
ฝรั่ง,คนผิวสี,คนอาหรับและคนเม็กซิกันอีเดียจคนเอเชีย.

แม่เจ้าโว้ย…นี่มันเกลียดกันเป็นห่วงโซ่อาหารเลยนะเนี่ย !

เมื่อได้ประดับรับฟังและมองเห็นการดิ้นรนกระเสือกกระสนไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองในเรื่องนี้ มันทำให้กลับมาคิดว่า “ประเทศเราเองมันแย่จนอยู่ไม่ได้เลยจริง ๆ เหรอ” จะว่าไปชาติเราก็มีข้าวมีน้ำกิน มีการศึกษา มีภาษาพูดเป็นของตัวเองเหมือนชาติอื่น ๆ แต่ทำไมมันถึงได้วางเราเป็นอันดับโหล่ของการจัดอันดับเลยว้ะเนี่ย…ยังไม่พอเท่านี้ ใน subset ของเอเชีย มันวางญี่ปุ่น เกาหลี ให้เป็นคนมีฐานะ (แต่ก็ไม่วายมีฐานะแบบค้าอะไรเถื่อน ๆ) แต่มันวาง ไทยและเขมรในบทผู้ลักลอบเข้าเมือง (ซึ่งก็คือสินค้าที่ชนชาติเกาหลีทำธุรกิจลักลอบเข้ามานั่นเอง) ดูมันทำ…

จะว่าไปก็แปลก ที่มนุษย์ไม่ว่าเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ไหนมันก็มีอวัยวะทุกส่วนเหมือนกันหมด ทำไมมันถึงได้กลัวอะไรกันนักนะ จะเป็นจิ้งจก ตุ๊กแกก็ว่าไปอย่าง มนุษย์มันไม่ได้มีหางงอกออกมา หรือมีตุ่มตะปุ่มตะป่ำเสียหน่อย อย่างนั้นน่ะก็น่ากลัวอยู่หรอก เออ.. แต่อย่าลืมว่ามนุษย์มีนอ หรือมนุษย์ลิ้นสองแฉก นี่คนชอบกันนะ ไม่รู้เพราะอะไร ทำไมมันไม่มีมาตรฐาน Iso มากำกับบ้างนะ ว่าควรรักควรเกลียดกันที่ตรงไหน

หลังจากที่ตอนแรกนึกสงสารคนดำในอเมริกาที่ช่างเป็นชนชาติที่ถูกพี่ขาวแกดูถูกเหยียดหยามเหลือเกินทั้งที่มันก็เลิกทาสกันมาเป็นร้อยปีแล้วไม่ใช่เร้อะ มันถ่ายทอดความเกลียดชังกันมาทางดีเอ็นเอด้วยเหรอ มันถึงได้มีทัศนคติแบบนี้ติดตัวมาไม่จบไม่สิ้นเสียที แต่เมื่อดูไปเรื่อย ๆ จนจบเรื่อง กลับกลายเป็นสงสารชนชาติของตัวเองอย่างสุดซึ้งว่าทำไมมันถึงดูต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาของต่างชาติขนาดนี้หนอ ลำพังคนไทยด้วยกันดูถูกกันเองก็รับไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว อยู่แต่ในประเทศตัวเองไม่สะเออะเดินทางไปให้พี่ขาว ๆ ทั้งหลายดูถูกก็แล้ว พี่แกยังล่อทำหนังฝรั่งมาทำร้ายจิตใจกันได้อีก เข้าใจดีว่าต้องการสื่ออะไร แต่พอได้เสพมันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้นี่นา

ทุกวันนี้มีโอกาสได้ร่วมงานกับฝรั่งหลาย ๆ คน ซึ่งด้วยคำพูดจาและมารยาทเราก็นับว่า ดี แต่จะด้วยเพราะมารยาทในการทำงาน ในสังคม มันก็นับอะไรมากไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครโดนเจ้านายเตือนว่ายูเหยียดผิวหรอก และจากหนังเรื่องนี้มันทำให้เกิด ความเชื่อว่าสำนวนไทยหลาย ๆ สำนวนที่เคยได้เรียนมานั้น มันก็เปรียบเปรยได้เหมือนกับพฤติกรรมของคนเราจริง ๆ ไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะกับสำนวนที่ว่า “หน้าเนื้อใจเสือ” เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การพบปะรู้จักกับคนที่ปากร้ายแต่ใจดี มันทำให้สบายใจมากกว่า รู้จักกับคนที่ปากดีแต่ใจร้ายหลายเท่าตัว ถึงแม้ว่าการได้คบกับคนประเภทแรกจะต้องยอมปวดหูหน่อยแต่ก็ยังดีกว่า เรามาปวดใจทีหลังกับคนประเภทที่สองก็แล้วกัน

ป้ายกำกับ:

Comments (0)


บทความก่อนหน้า
คลังบทความ
ลิงก์ต่างๆ