
ยอมรับว่าเป็นคนเห่อฝรั่งมาตั้งแต่เล็ก ๆ ซึ่งในตอนนั้นไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ชอบนักชอบหนากับผู้คนผมสีทอง ตัวสูงใหญ่ หรือเพราะความที่บ้านเกิดอยู่จังหวัดที่มีฝรั่งไปเที่ยวเยอะมั้ง ทำให้เจอแต่ฝรั่งใจดี ๆ ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ค่อยเจ้ายศเจ้าอย่าง เช่น คนไทย
อารมณ์เห่อฝรั่งและทรพีบ้านเกิดเมืองนอนมีมาตั้งแต่วัยรุ่นจนเรียนมหาวิทยาลัย ฝรั่งชี้นกเป็นนก ฝรั่งชี้ไม้เป็นไม้ ฝรั่งทำอะไรเราว่าดี คนไทยทำไรเราว่าแย่ เป็นเรื่อยมาจนกระทั่งทำงาน ปีแรกของการทำงาน ฝรั่งที่เราคิดว่าดีมาตลอด มันฉายแววให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว และไม่จริงใจ เพื่อนที่ไปเรียนเมืองนอกกลับมานำเอานิสัยและสันดรของฝรั่งมาใช้เหยียบหัวคนไทยด้วยกัน จะว่ากรรมตามสนองที่เคยชื่นชมแต่ฝรั่งก็คงจะใช่ เพราะตั้งแต่นั้นมา ไม่เคยเจอฝรั่งดี ๆ อีกเลย จะถือว่าเข็ดหลาบก็ได้ โดยเฉพาะชนชาติฝรั่งหัวทองที่อยู่ใกล้ทวีปเอเชีย และชาติมหาอำนาจนี่ยิ่งตัวดี อย่าให้ได้พบปะพูดคุยกันอีกเลยยิ่งเป็นพระคุณอย่างสูง
ความรู้สึกต่อต้านฝรั่งเป็นเรื่อยมาหลายปีในชีวิตการทำงาน ถ้าจำเป็น จะคุยแต่เรื่องงานเท่านั้น ไอ้เรื่อง hangout มีปาร์ตี้ต่ออย่าได้คิด จนมาวันหนึ่งได้มีโอกาสดูรายการทีวีชื่อดัง Oprah Winfrey's show ผ่านทางช่องเคเบิลทีวีบ้านเรา หลังจากเคยได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งเรื่องการเหยี่ยดผิวผ่านรายการนี้ของเจ้าของเสื้อผ้ายี่ห้อดังและ Oprah เชิญบุคคลผู้นั้นให้ออกไปจากรายการเธอทันที เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่มันก็ทำให้รู้สึกอยากจะลองดูซักครั้งว่ารายการของเธอมีดีอย่างไร เธอมีอิทธิพลถึงขนาดกล้าเชิญแขกร่วมรายการให้ออกไปขนาดนั้นเลยเหรอ อยากรู้มากเพราะผู้คนเค้าบอกว่า เธอเก่ง และเธอรวย รวยมากกกก เธอจึงทำได้
เมื่อได้ผ่านประสบการณ์ในการชมรายการของเธอด้วยตัวเอง รู้สึกแน่ใจกับตัวเองว่า เงินทอง ชื่อเสียงและอิทธิพลของสื่อที่เธอมีอยู่ในปัจจุบันนั้น มันมาจากความสามารถและความเป็นตัวของเธอเองล้วน ๆ ไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้สร้างภาพ แต่มันมาจากความรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างบนโลกนี้ของเธอ และเธอรู้เสมอว่าเมื่อวันหนึ่งเธอมีอำนาจพอที่จะทำได้ เธอก็จะเริ่มทำมันทันที เหมือนกับที่ได้เห็นโครงการของเธอที่เคยทำหลาย ๆ โครงการ สกู๊ปหลาย ๆ สกู๊บของเธอโดยเฉพาะ Oprah's Big give ที่เธอกำลังบอกสังคมอเมริกันให้รู้จักคำว่าแบ่งปันและช่วยเหลือ และอีกโครงการที่เธอกล้าที่จะสรรเสริญคนที่ทำดีให้กับสังคม ให้พวกเค้าได้รับรู้ว่า พวกเค้าไม่ได้อยู่เดียวดายไร้คนมองเห็น เธอใช้เงินและอิทธิพลที่เธอมีอยู่ได้อย่างสร้างสรร
ถึงแม้ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมชาติของเธอแต่ก็รู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีที่เธอมอบให้กับคนดู ความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมที่เธอต้องการเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกให้ชาวอเมริกันรู้ว่า พวกเขาได้ละเลยอะไรไปบ้างในสังคมปัจจุบัน หลายครั้ง เธอน้ำตาไหลไปกับการสัมภาษณ์ชีวิตคนที่มีปัญหา ถึงมันจะไม่ใช่ปัญหาของเธอ แต่น้ำตาที่ไหลมันบ่งบอกว่า เธอรู้สึกไปกับปัญหาของเขาเหล่านั้น ในทางกลับกันอารมณ์ขันของเธอทำให้คนดูมีความสุข การดูรายการของเธอ เหมือนกับการได้รับความสุข ทั้งในแง่วัตถุและในแง่จิตวิญญาณ
สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับคนหลายคนบนโลกนี้แต่สำหรับเธอมันเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เธอทำประโยชน์และทำความดีอีก หลายครั้งแอบถามตัวเองว่า เธอรวยขนาดนี้ เธอตั้งใจทำเพื่อสังคมจริง ๆ เหรอ เธอมีเงินเยอะขนาดนี้ เงินไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิดเธอให้เย่อหยิ่งและเห็นแก่ตัวขึ้นเลยเหรอ มันก็เป็นได้แค่ความคิดเท่านั้น ถึงเธอจะเป็น แต่อย่างน้อยเธอก็ได้สร้างความสุขให้กับใครหลาย ๆ คนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นที่รักและเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลได้มากขนาดนี้ โลกแคบ ๆ ใบนี้จึงขอยกย่องฝรั่งที่ไม่ได้มีผิวขาวหรือผมทองคนนี้อย่างใจจริง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น